ยาวาต้า FT-51

ยาวาต้า FT-51
ลวดเชื่อมเหล็กเหนียว ยอดขายอันดับหนึ่ง

ยาวาต้า L-55

ยาวาต้า L-55 สุดยอดลวดเชื่อม ที่ทนแรงดึงสุง

ยาวาต้า 308L-16

ยาวาต้า 308L-16 ที่สุดแห่งความทนทาน เรื่องรอยแตกร้าว

ยาวาต้า H-350C

ยาวาต้า H-350C เป็นเยี่ยมสำหรับการใช้เชื่อม พอกผิวแข็ง

เจมินี่ 308L-16

เจมินี่ 308L-16 ลวดเชื่อมเหมาะกับงานเชื่อมสเตนเลส...

เจมินี่ H-350R

เจมินี่ H-350R คุณภาพเยี่ยมเหมาะสำหรับ งานเชื่อมซ่อมบำรุง...

เจมินี่ RB 36

เจมินี่ RB 36 ลวดเชื่อมไฟฟ้าคุณภาพสูง เชื่อมเรียบสม่ำเสมอ...

เจมินี่ NI 55 and NI 98

เจมินี่ NI 55 , NI 98 ลวดเชื่อมเหล็กหล่อ คุณภาพเยี่ยม...

มิลเล่อร์ รุ่น Deltaweld 402

Deltaweld 402 เครื่องเชื่อม MIG (GMAW) ประสิทธิภาพสูง...

มิลเล่อร์ รุ่น Syncrowave 250 DX and 350 LX

Syncrowave 250 DX ,350 LX เครื่องเชื่อม TIG (GTAW)...

โอทีซี รุ่น XD350S-500S

โอทีซี XD350S-500S เครื่องเชื่อม Co2/MAG ยอดนิยมตลอดกาล...

Call Centerร่วมงานกับเรา

knowledge Welding

กลับหน้ารวม | รวมบทความ สาระน่ารู้เรืองเครื่องเชื่อม การเชื่อมโลหะ

วิธีป้องกันและหลีกเลี่ยง การรวมตัวของธาตุคาร์บอนและธาตุโครเมียม

วิธีป้องกันและหลีกเลี่ยง การรวมตัวของธาตุคาร์บอนและธาตุโครเมียม มีอยู่  4  วิธี คือ

วิธีที่1.
จำกัดจำนวนของธาตุคาร์บอนใน STAINLESS ให้มีน้อยกว่า 0.03% ซึ่งจำนวนของธาตุคาร์บอน
ดังกล่าวมีจำนวนน้อยเกินไปที่จะทำให้เกิดการรวมตัวกันระหว่าง คาร์บอนกับโครเมียมเป็นโครเมียมคาร์ไบด์
เราเรียก STAINLESS ชนิดนี้ว่า ELC ( EXTRA LOW CARBON ) หรือ L(LOW)

วิธีที่2.
เติมธาตุโคลัมเบี่ยม ( Cb ) หรือติตาเนียม ( Ti ) ธาตุทั้ง 2 ตัว นี้จะทำหน้าที่ละลายหรือจับธาตุคาร์บอน
ไม่ให้ไปรวมตัวกับโครเมียม เกิดเป็นโคเมียมคาร์ไบด์ ซึ่งวิธีการเติมธาตุโคลัมเบี่ยมหรือติตาเนียมลงไปนี้
เราเรียก" STAINLESS " ธาตุทั้ง 2 ชนิดนี้จะไม่มีผลกระทบต่อความต้านทานต่อการกัดกร่อนแต่อย่างใด
เราเรียก STAINLESS ที่เติมธาตุโคลัมเบี่ยมว่า STAINLESS ชนิด 347 ( C 6)

วิธีที่ 3.
การหลีกเลี่ยงการเกิดโครเมียมคาร์ไบด์ได้อีกวิธีก็คือ การควบคุมการเชื่อม เช่น ใช้ลวดเชื่อมที่มีขนาดเล็ก , ตั้งกระ
แสไฟต่ำเพื่อลดปริมาณความร้อนในชิ้นงานที่จะเชื่อมให้ต่ำหรือใช้วิธีจุ้มลงในน้ำทันที ( ถ้าเป็นไปได้ ) ในขณะที่
Stainless กำลังเย็นตัวลงในอุณหภูมิ 800F ถึง 1600 F

วิธีที่ 4.
ประเภทสุดท้ายก็คือการควบคุมในขบวนการผลิต โดยวิธีจุ่มลงไปในน้ำเย็นในขณะที่ STAINLESS
อุณหภูมิ 1200 F ( QUENCHINE )

ธาตุโมลิดีนั่ม ( Molybdenum ) มีอะไรบ้าง ?

ธาตุโมลิดีนั่มเป็นธาตุอีกชนิดหนึ่งเมื่อถูกเติมลงไปใน Stainless Steel
แล้วจะทำให้มีคุณสมบัติพิเศษของ Stainless ทั้ง 2 ชนิดนี้คือ
1. เพิ่มความต้านทานต่อการกัดกร่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำไปใช้งานกับอุณหภูมิสูง ๆ
2. เพิ่มความต้านทานต่อการกัดกร่อนเป็นจุด ๆ ( Pitting ) การกัดกร่อนดังกล่าวจะดูได้จาก Stainless
ชนิด 304 ที่ถูกกัดกร่อนจากน้ำทะเล หรือนำไปใช้บรรจุสารที่เป็นกรด Stainless กลุ่ม 300 ไม่ได้หมายความว่าจะมีธาตุคาร์บอนต่ำเสมอไปจุดประสงค์หลักของการลดจำนวนธาตุคาร์บอนใน Stainless ชนิด 18/8
ก็เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการกัดกร่อนแต่ก็มี Stainless อยู่หลายชนิดที่มีธาตุคาร์บอนและธาตุโครเมียมสูง
เช่น 309 , 310 , และ 312
ข้อดีก็คือ สามารถนำไปใช้งานที่อุณหภูมิสูงได้ดี และข้อดีอีกประการหนึ่งในการเติมธาตุโครเมียมเข้าไปในปริมาณที่สูง
จะเกิดฟิล์มบาง ๆเคลือบผิวงาน ทำให้ทนต่อการกัดกร่อนที่อุณหภูมิสูง ๆ ได้ดีเป็นพิเศษ

วิธีที่1.
จำกัดจำนวนของธาตุคาร์บอน ใน STAINLESS
ให้มีน้อยกว่า 0.03% ซึ่งจำนวนของธาตุคาร์บอน
ดังกล่าวมีจำนวนน้อยเกินไปที่จะทำให้เกิดการรวม
ตัวกันระหว่าง คาร์บอนกับโครเมียมเป็นโครเมียม
คาร์ไบด์เราเรียก STAINLESS ชนิดนี้ว่า ELC
( EXTRA LOW CARBON ) หรือ L(LOW)

วิธีที่2.
เติมธาตุโคลัมเบี่ยม ( Cb ) หรือติตาเนียม ( Ti ) ธาตุทั้ง 2 ตัว นี้จะทำหน้าที่ละลายหรือจับธาตุคาร์บอนไม่ให้ไปรวมตัวกับโครเมียม เกิดเป็นโคเมียมคาร์ไบด์ ซึ่งวิธีการเติมธาตุโคลัมเบี่ยม
หรือติตาเนียมลงไปนี้เราเรียก " STAINLESS " ธาตุทั้ง 2 ชนิดนี้จะไม่มีผลกระทบต่อความต้านทานต่อการกัดกร่อนแต่อย่างใด
เราเรียก STAINLESS ที่เติมธาตุโคลัมเบี่ยมว่า STAINLESS ชนิด 347 ( C 6)

วิธีที่ 3.
การหลีกเลี่ยงการเกิดโครเมียมคาร์ไบด์ได้อีกวิธีก็คือ การ
ควบคุมการเชื่อม เช่น ใช้ลวดเชื่อมที่มีขนาดเล็ก , ตั้งกระ
แสไฟต่ำเพื่อลดปริมาณความร้อนในชิ้นงานที่จะเชื่อมให้ต่ำ
หรือใช้วิธีจุ้มลงในน้ำทันที ( ถ้าเป็นไปได้ ) ในขณะที่
Stainless กำลังเย็นตัวลงในอุณหภูมิ 800F ถึง
1600 F

วิธีที่ 4.
ประเภทสุดท้ายก็คือการควบคุมในขบวนการผลิต
โดยวิธีจุ่มลงไปในน้ำเย็นในขณะที่ STAINLESS อุณหภูมิ 1200 F ( QUENCHINE )

ธาตุโมลิดีนั่ม ( Molybdenum ) มีอะไรบ้าง ?

ธาตุโมลิดีนั่มเป็นธาตุอีกชนิดหนึ่งเมื่อถูกเติมลงไปใน Stainless Steel แล้วจะทำให้มีคุณสมบัติพิเศษของ Stainless ทั้ง 2 ชนิดนี้คือ
1. เพิ่มความต้านทานต่อการกัดกร่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำไปใช้งานกับอุณหภูมิสูง ๆ
2. เพิ่มความต้านทานต่อการกัดกร่อนเป็นจุด ๆ ( Pitting ) การกัดกร่อนดังกล่าวจะดูได้จาก Stainless ชนิด 304 ที่ถูกกัดกร่อนจากน้ำทะเล หรือนำไปใช้บรรจุสารที่เป็นกรด

Stainless กลุ่ม 300 ไม่ได้หมายความว่าจะมีธาตุคาร์บอนต่ำเสมอไป
จุดประสงค์หลักของการลดจำนวนธาตุคาร์บอนใน Stainless ชนิด 18/8 ก็เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการกัดกร่อนแต่ก็มี Stainless อยู่หลายชนิดที่มีธาตุคาร์บอนและธาตุโครเมียมสูง
เช่น 309 , 310 , และ 312
ข้อดีก็คือ สามารถนำไปใช้งานที่อุณหภูมิสูงได้ดี และข้อดีอีกประการหนึ่งในการเติมธาตุโครเมียมเข้าไปในปริมาณที่สูง จะเกิดฟิล์มบาง ๆเคลือบผิวงาน ทำให้ทนต่อการกัดกร่อนที่อุณหภูมิสูง ๆ ได้ดีเป็นพิเศษ

GRAIN GROWTH STRAIGHT CHROMIUM STEEL
Stainless Steel ประเภท Straight Chrom นี้ Grain จะโตขึ้นในขณะได้รับความร้อน อันเนื่องมาจากการเชื่อมที่มีอุณหภูมิสูงเกินกว่า 1650 F ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดการเปราะ แตกร้าวง่าย ซึ่งเป็นผลเสียและเป็นจุดอ่อนของ Stainless ประเภท Ferritic Grain ที่โตขึ้นของ Stainless ประเภท Martensitic นั้น โดยปกติจะเกิดขึ้นถ้า Stainless นั้นมีส่วนผสมของ Cr น้อยกว่า 14% และเมื่อได้รับความร้อนจากการเชื่อมที่สูงเกินไป ดังนั้นวิธีการแก้ไขก็คือการทำ Heat Treatment ที่อุณหภูมิประมาณ 1600  F ด้วยการทำให้เย็นตัวลงอย่างลวดเร็ว

การควบคุมไม่ให้ Grain โตนั้น อาจจะทำได้โดยการควบคุม Heat Input คือการใช้ลวดเชื่อมขนาดเล็ก , ใช้กระแสไฟต่ำ ๆ ,
เดินไม่ส่ายลวดเชื่อม เป็นต้น Stainless ประเภท 400 เช่น Martensitic และ Ferrirtic ควรมีการ Preheaat
ในขณะทำการเชื่อมประมาณ400F และต้องมีการควบคุมอัตราการเย็นตัวลงอย่างช้า ๆ เคาะ Slag ออกยาก
- สาเหตุที่สำคัญก็คือ Flux ชื้น , แนวเชื่อมไม่ถูกต้อง , เตรียมรอยต่อผิด , ควรปล่อยให้เย็นตัว

การแตกร้าวในแนวเชื่อมของ Stainless
- เนื่องจากไม่มีการควบคุม Crater การเชื่อมโดยระยะ Arc สูงเกินไป Heat Input สูงเกินไป , เดินลวดเชื่อมเร็วเกินไป ,
ออกแบบรอยต่อผิด , ใช้ลวดเชื่อมผิด

ข้อควรระวังในแนวเชื่อมของ Stainless
- เนื่องจากไม่มีการควบคุม Crater , การเชื่อมโดยให้ระยะ Arc สูงเกินไป Hear Input สูงเกินไป เดินลวดเชื่อมดเร็วเกินไป
ออกแบบรอยต่อผิด ใช้ลวดเชื่อมผิด

ข้อควรปฏิบัติในการเชื่อม Stainless
- การทำความสะอาดผิวหน้างาน มีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสิ่งสกปรก เช่น สนิม , จารบี , คราบน้ำมัน ,
และควรใช้แปรงลวด Stainless เท่านั้น บริเวณที่มีการติด Stainless ด้วยแก๊ส หรือ Carbon Arc Gouging
จะต้องขจัดออกก่อนการเชื่อม

การเชื่อมท่าราบ
ลวดเชื่อมควรทำมุม 15° ไปในทิศทางของการเชื่อมและรักษาระยะ Arc ให้สั้นที่สุด

การเชื่อมท่าขึ้น
- ลวดเชื่อมทำมุม 90 °กับชิ้นงาน ส่ายลวดเชื่อมเล็กน้อย

การเชื่อมท่าเหนือศรีษะ
รักษาระยะ Arc ให้สั้นที่สุด เดินแบบไม่ส่ายลวดเชื่อม Stringer Bead

การเชื่อมให้แนวเชื่อมทนต่อการกัดกร่อนที่ดี
ใช้กระแสไฟต่ำ ๆ เดินแบบ Stringer Bead เพราะต้อง Cortrol Heat Input เพื่อไม่ให้แนวเชื่อมแตกร้าว
แต่ถ้าจำเป็นต้องส่ายลวดเชื่อมก็ ไม่ควรเกินกว่า 2½ เท่าของความโตลวดเชื่อม และต้องระวัง Crater Filler ด้วย

การตั้งกระแสไฟต่ำจนเกินไป
- ทำให้ลวดเชื่อมติดกับชิ้นงาน , เดิน Slag ฝังในแนวเชื่อมไม่สวยงาม

การตั้งกระแสไฟสูงเกินไปทำให้ Spatter มาก , เกิด Undercut , ควบคุมบ่อหลอมละลายยาก Slag เคาะออกยาก
แนวเชื่อมอาจเกิดการแตกร้าว และทำให้ความต้านทาน ต่อการกัดกร่อนลดลง

การแบ่งประเภท STAINLESS STEEL
1. Martenstic Stainless Steel
Martenstic มีธาตุหลักก็คือ Chromium อยู่ประมาณ 11.5-17% มีคุณสมบัติ แข็ง เปราะ แตกล่าย
ดังนั้นการเชื่อมจึงต้องอาศัยกรรมวิธีในการ Preheat และ Postheat ในบางครั้งเราเรียก Stainless ประเภทนี้ว่า
เป็น Stainless ประเภท 40 เช่น 410 , 414 , 416 420 ซึ่งมี Cr อยู่ประมาณ 17% อย่าในรูปของ Martenstic หรือ Ferritic

*Note Stainless ประเภท 440a , 440b , 440c ไม่สามารถเชื่อมได้

2. Ferritic Stainless Steel
Ferritic มีธาตุ Chromium อยู่ประมาณ 17-27% มีคุณสมบัติอ่อน , ยืดตัวได้ง่าย แต่จะมีความแข็งเพิ่มขึ้นหลังการเชื่อม
( Work Harddening ) อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของ Ferritic โดยปกติ Stainless ประเภทนี้จะจัดอยู่ในกลุ่ม
400 เช่น 430 , 442 และ 446 ซึ่งกรรมวิธีในการเชื่อมจะต้องมี Preheat และ Postheat ด้วย

3. Austenitic
Austenitic Stainless นี้จัดอยู่ในกลุ่ม 300 ซึ่งมีธาตุหลักก็คือ Cr & Ni ซึ่งมีคุณสมบัติทนต่อแรงดึงได้สูง
มีความเหนียวและแม่เหล็กดูดไม่ติด

ข้อแนะนำในการเชื่อม Austenitic Stainless
Stainless กลุ่ม 300 นี้ไม่ต้องมีการ Preheat และ Postheat แต่ต้องควบคุม Inter Pass Temperture ไม่ให้เกิน 600F
การควบคุมทำได้โดยกำหนด Procedure ดังนี้
1. ห้าม Preheat         
2. ใช้ลวดเชื่อมขนาดเล็ก ๆ
3. ตั้งกระแสไฟเชื่อมต่ำ ๆ
4. ใช้ระยะ Arc ต่ำ ๆ
5. Crotrol Crater โดยเฉพาะกลุ่ม 310 , 330 , 347
6. เลือกใช้ลวดเชื่อมให้เหมาะสมกับ Base Metal หรือใช้ลวดเชื่อมที่มีคุณสมบัติสูงกว่า
7. เลือกใช้ลวดเชื่อม Low Carbon หรือ Extra Low Carbon ( ELC )


Otherknowledge


Webboard